25/09/2022

เว็บไซต์กีฬาอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล

ผลบอล ฟุตบอลวันนี้ ผลฟุตบอลทั่วโลก พรีเมียร์ลีก ไทยลีก ข่าวกีฬาที่น่าสนใจทั้งไทยและต่างประเทศ

ฝ่าวิกฤตผลกระทบสงคราม!!! : ประเด็นหลังเกม สิงห์บลู บุกคว้าสามแต้มเหนือ นอริช

สิงห์บลูบุกคว้าสามแต้มเหนือนอริช

บอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2021/22
คืนวันพฤหัสบดีที่ 10 เดือนมีนาคม 2022

นอริช 1-3 เชลซี

สนาม: แคร์โรว โร้ด

1. เชลซี จะต้องวิงแบ็คธรรมชาติแค่นั้น

สิงห์บลู

เกมนี้เป็นอีกนัดที่ โธมัส ทูเคิล จัดการทดลองเอานักเตะตำแหน่งอื่นมายืนทำหน้าที่เป็นวิงแบ็คอีกครั้ง โดยฝั่งซ้ายใช้งาน ซาอูล นิเกวซ ลงทำแทน มาร์กอส อลอนโซ ที่ติดโควิด ซึ่งแม้จะไม่ได้ย่ำแย่แต่ว่าเห็นได้ชัดถึงความไม่เป็นธรรมชาติสำหรับเพื่อการสร้างสรรค์เกมรุกแตกต่างจาก อัซปิลิกวยต้า ฝั่งขวาที่ขึ้นสุดลงสุดอย่างเห็นได้ชัด แถมในครึ่งหลัง นายใหญ่ชาวเยอรมันก็จัดการส่ง รูเบน ลอฟตัส ชีค มาเล่นวิงแบ็คขวาแทน กัปตันเดฟ และก็คล้ายกับ ซาอูล ที่การทำเกมเห็นได้ชัดว่าย้ำความรัดกุมรวมทั้งแทบจะไม่มีจังหวะลุ้นเปิดบอลให้เห็นเลยตามธรรมชาติของกองกลางตัวกลาง ด้วยเหตุนั่นเองทำให้อาวุธร้ายของ เชลซี ที่เคยมีหายไป เพราะเหตุว่าฉนั้นวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำซ้ำเติมว่ายังไงซะแผนอย่างงี้จำต้องมีวิงแบ็คธรรมชาติลงทำถึงจะเวิร์ค

2. ฮาเวิร์คซ์ แผงหน้าอันดับหนึ่ง

สิงห์บลู1

พูดได้ว่าแต่งตั้งตนเองขึ้นมาเป็นหัวหอกอันดับหนึ่งของทีมได้เป็นที่เรียบร้อยจากผลงานสุดโดดเด่นในช่วงหลัง ที่มีส่วนร่วมกับเกมรุกของทีมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวันนี้มี เมสัน เมานท์ มารอประสานงานเชื่อมเกมกัน ทำให้เกมรุกของ เชลซี ไหลลื่นเนียนตา ไม่เหมือนกันกับการให้ ลูกากู ที่วันนี้ลงไปในสนามมาเป็นตัวสำรองลิบลับ แถมเกมนี้ก็ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนด้าน แวร์เนอร์ ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงก็เงียบกริบรวมทั้งยังคงฝากผีฝากไข้เอาไว้ไม่ได้อีกเหมือนเคย

3. นอริช อันตรายขั้นสุด

นอริช

จากความปราชัยในนัดนี้ทำให้ นอริช ซิตี้ แพ้มาแล้ว 6 เกมต่อเนื่องกันในลีกตกลงไปอยู่อันดับบ๊วยของตารางมีเพียง 17 คะแนนจากการลงเล่น 28 นัด ซึ่งน่าดึงดูดตรงที่ทีมอย่าง เบิร์นลีย์ อันดับ 18 รวมทั้ง เอฟเวอร์ตัน อันดับ 17 ที่มีแต้มห่างกัน 4 รวมทั้ง 5 แต้มตามลำดับ แต่ว่าทั้งสองทีมลงแข่งน้อยกว่าถึง 2-3 เกม นั่นจึงเป็นจุดที่ทีมของ ดีน สมิธ เสียเปรียบกว่าคู่แข่งเพราะเหตุว่าไม่เหลือเกมหลงเหลือในมืออีกแล้ว ซึ่งแม้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ นี้ เราก็คงจะได้เห็น นอริช ซิตี้ กลับลงไปทักทายเพื่อน ๆ ใน เดอะแชมเปี้ยนส์ชิพ ฤดูกาลหน้าอีกครั้งอย่างแน่นอน